ความรู้สึกผู้เรียน
หลักสูตร : ห้องเรียนเข็มทิศชีวิต
ชื่อนักเรียน
คุณเจษ .

คุณค่า เห็นความหมายในงานที่เราทำ งานแห่งชีวิตจะทำให้เราเห็นความหมายของชีวิตเรา ไปฟังเรื่องราวของคุณเจษกันค่ะ

ก่อนเข้าเรียน รู้สึกชีวิตไม่เดินหน้าตัดสินใจที่จะโฟกัสงานและการใช้ชีวิตไม่ถูก อะไรก็ดีก็น่าทำไปหมด วิ่งไปซ้ายที ขวาทีจนรู้สึกวุ่นวาย ทำอะไรก็ติดขัด ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ราบเรียบราบรื่นมาตลอด เริ่มรู้สึกงง ๆ กับทางเดินชีวิต จะไปทางไหนดี
จนกระทั่งตัดสินใจเข้าเรียนกับคุณครู คลาสแรกเมื่อ พ.ย. ปีที่แล้ว

ในทรานซ์ผมได้กลับไปเข้าใจคุณพ่ออย่างแท้จริง จากเด็กน้อยคนนึงไม่เคยเข้าใจพ่อ คิดว่าพ่อไม่รักตนเอง คิดว่าพ่อทำดีแต่กับคนอื่นไม่ใส่ใจครอบครัว จวบจนโตขึ้นเราจึงได้เข้าใจถึงบทบาทของคุณพ่อในวันนั้น .. แต่สุดท้ายเมื่อทำทรานซ์ก็พบว่าตัวเองยังไม่เข้าใจและยังไม่ให้อภัยคุณพ่ออย่างสุดหัวใจ ทรานซ์วันนั้นผมกลับไปเข้าใจพ่อและรักคุณพ่ออย่างสุดหัวใจ เพราะพ่อมีความบีบคั้นกดดันมากมาย ต้องเลี้ยงลูก 5 คนกับความเป็นอยู่ที่ติดลบต้องผลักดันทุกอย่างกลัวคนจะดูถูกลูก ๆ ของตน ฯลฯ กลับถึงบ้านผมพูดกับ(ภาพ)พ่อ บอกรักพ่อ และกราบพ่อด้วยใจที่อิ่มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

จบจากคลาสแรก สิ่งที่ผมนำมาใช้คือการรักษาใจในแดนบวก ทำทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า(เต็มที่กับเหตุ ปล่อยวางที่ผล)อย่างเต็มที่ มองเห็นความสำเร็จของตนเองอย่างชัดเจน ทำต่อเนื่องทุก ๆ วัน สวดมนต์ นั่งสมาธิ ใส่บาตร และไม่ลืมที่จะฟังเรื่องราวที่คุณครูสอนรวมถึงเคสต่าง ๆ ของพี่ ๆ เข็มทิศอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุด เมื่อปลาย มีนาคม ที่ผ่านมาผมผ่านเหตุการณ์ที่ยากที่สุดของผมเหตุการณ์หนี่ง คือผมเลือกทางเดินของตัวเอง แบบที่เป็นตัวเองจริง ๆ จักรวาลจัดสรรค์ความลงตัวนั้นมาให้ผม

ผมได้เริ่มต้นทำตามฝันของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจจริง ๆ และสิ่ง ๆ นี้จะเป็นประโยชน์กับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกร ผมเริ่มต้นหลังจากที่ผมเริ่มลงทุนทำสวนเกษตรในพื้นที่ต่างจังหวัด พืชที่ปลูกคืออินทผลัม ผมเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องผ่านระบบที่ผมพัฒนาขึ้นเพื่อหวังให้คนทานได้ทราบถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจของผม นานวันเข้าความตั้งใจเล็ก ๆ ของผมเริ่มเป็นรูปร่างที่ชัดขึ้น เริ่มมีเพื่อน ๆ เกษตรกรที่ผมรู้จักมักคุ้นสนใจและอยากใช้บ้าง ผมจึงคิดที่จะทำให้มันสมบูรณ์ และใหญ่ขึ้นให้เกษตรกรได้มีโอกาสได้ใช้ระบบ ๆ นี้ ผมจึงลงมือทำระบบอย่างจริงจัง ทำแบบหมกมุ่นทุ่มเท เรียกว่า 70 % ของงานที่ทำคือระบบ ๆ นี้ แต่ก็ไม่ลืมที่จะรักษาใจตัวเองและมองภาพความสำเร็จให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทุกอย่างลงตัวมาก ทั้งรูปแบบและทีมงานที่ช่วยกันทำ

จนกระทั่งผมจึงได้มีโอกาสเข้าเรียนอีกครั้งหนึ่ง จบจากคลาสนี้ไปยิ่งทำให้ผมชัดเจนกับสิ่งที่ทำอยู่มากขึ้น หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข กระบวนการคิดที่เป็นระบบระเบียบ ผมเห็นว่าผู้คนรอบข้างจะได้ประโยชน์สูงมากจากสิ่งที่ผมกำลังทำ มันยิ่งช่วยเพิ่มพลังใจเสริมพลังกายให้ผมทุ่มเทมากขึ้น อีกไม่นาน พี่น้องเกษตรกร รวมถึงผู้บริโภคอย่างเรา ๆ จะเชื่อมโยงกันผ่านระบบนี้..

ท้ายนี้ผมขอขอบพระคุณคุณครูอ้อย พี่โค้ช พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ บ้านเข็มทิศอีกครั้งครับที่ทำให้ผมรู้ว่าผมควรเลือกใช้ชีวิตในแนวทางไหน ควรชัดเจนกับอะไร ใช่ครับผมควรเลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เป็นตัวผม และในขณะเดียวกันก็เป็นประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้างได้อีกด้วย
ด้วยความรักและเคารพ
เจษ
"ให้งานของเราได้ดูแลผู้คน และโลก" (ข้อความในโบว์ชาร์ต ชอบมากครับ)