ความรู้สึกผู้เรียน
หลักสูตร : ห้องเรียนเข็มทิศชีวิต
ชื่อนักเรียน
คุณอุ้ม .

ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงตามคุณภาพใจ ไปฟังเรื่องราวของคุณอุ้ม เป็นแรงบันดาลใจกันค่ะ

 

ตอนนี้อุ้มทำธุรกิจเกี่ยวกับที่พักและมีร้านเสื้อผ้าเด็กด้วยมีออกแบบเองด้วยเพราะชอบออกแบบคะ คือจริงแล้วอุ้มกับพี่ป้อมทำงานที่กรุงเทพที่เดียวกัน "ประมาณว่าพบรักที่ทำงานนะคะ" แล้วทุกปีก็จะมาเที่ยวกระบี่ เพราะน้องชายพี่ป้อมทำทัวร์อยู่ที่กระบี่ มีปีหนึ่งน่าจะ พ.ศ.2547ที่เรามาเที่ยวกระบี่เห็นที่ที่หนึ่งติดป้ายให้เช่า พี่ป้อมบอกว่าที่สวยมาก อยากเปิดร้านวัสดุก่อสร้าง แต่จะเน้นขายกระเบื้องตกแต่งต่างๆ เพราะเป็นงานถนัด เนื่องจากพี่ป้อมอยู่บริษัทมา 10 ปีกว่า (เป็นเชลล์วิ่งต่างจังหวัดคะ) ส่วนอุ้มเพิ่งเข้ามาทำได้ 2 ปี (เพิ่งจบนะคะ) กลับมาจากกระบี่พี่ป้อมบอกว่าพี่จะไปเปิดร้านที่กระบี่ ทั้งไม่มีเงินเก็บเลยแต่พี่ป้อมก้อหาเงินมาจ่ายค่าเช่าปีแรกได้ 100,000 บาท แต่เช่าทิ้งไว้ปีหนึ่ง เพราะไม่มีงบสร้าง ด้วยความต้องการแรงกล้าบวกกับความมุ่งมั่นและตั้งใจของพี่ป้อมและช่วงนั้นอุ้มท้องลูกคนแรกพอดี พ่อพี่ป้อมคุยกับพี่ชายพี่ป้อมซึ่งเป็น"ญาติกัน" ร่วมลงทุนบวกกับเงินที่เอาบ้านน้องชายเข้าแบงค์ใหม่ ได้เงินมา ล้านกว่าๆ ซื้อรถส่งของหนึ่งคันพร้อมกับโครงสร้างร้าน แต่ว่าด้วยความโชคดีอีกว่าพ่ออุ้มเป็นช่างก็มากั้นห้อง พ่อกับแม่ดีกับอุ้มและรักอุ้มมากท่านทั้ง 2 มานอนกั้นห้องให้ ทำประตูให้ทำให้ประหยัดเงิน "แต่งบก็หมด " แต่ว่าความโชคดีเกิดขึ้นอีกคือพี่ป้อมทำงานที่บริษัทมานานบวกกับผู้ใหญ่เมตตาจึงให้เครดิตมา ส่วนหนึ่ง ก็เริ่มเปิดร้านของน้อยไม่เป็นไรใจสู้เสียอย่าง

"สู้"เพราะเอาเงินเอาของเขามาแล้วต้องผ่านได้ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ อาทิตย์นั้นทั้งอาทิตย์จะขายดีมีเงินจ่ายทุกครั้งไป
ปล.ตอนนั้นไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่แค่คิดว่าโชคดีจังเลย "จะบอกทุกครั้งว่าเราโชคดีจัง โชคช่วยตลอดเลย "แล้วธุรกิจเราก็ก้าวหน้าขึ้นมาก มีเครดิตกับแบงค์ ซื้อตึก คอนโด ที่ดิน ทุกอย่างไปได้ดีมาก พอมาถึงจุดนี้จุดเหนื่อยที่สุดคือ การเป็นหนี้ เพราะสิ่งที่ซื้อมา มาจากการกู้ยืมทั้งนั้น และบวกกับว่าตอนที่เฮงสุดๆไม่ได้เก็บเงิน" จริงมันเริ่มจากที่พี่ป้อมมีเพื่อนมากขึ้น สังคมมากขึ้นกลับบ้านดึก เราสองคนก็ห่างกันมากขึ้นและในใจของอุ้มคิดเสมอว่า "เห็นไหมผู้ชายเป็นอย่างนี้ทุกคน พอเริ่มชีวิตดีขึ้นก็เริ่มหาความสุขให้ตัวเอง คือออกข้างนอกสังคม ทุกครั้งที่อุ้มถามก็จะบอกว่า พี่เหนื่อยอยากออกข้างนอกเพื่อผ่อนคลายจบ"เราเริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น หนักขึ้นแรงขึ้น แล้วอุ้มก้อแอบคิดอีกคือ "พี่ป้อมใช้เงินหนักมาก อุ้มก็คิดว่าไม่เก็บเงินจะไหวไหมอะ ร้านก็ไม่ค่อยอยู่เพราะออกไปสังสรร ไม่รอดแน่" มันใช่อย่างที่คิดคะครู หนี้สิ้นก้อมากขึ้น รายได้ลดลง คิดมาก คือรายจ่ายเต็มไปหมด มันหนักมากที่สุดในชีวิต ทั้งเช็คเด้ง ฟ้องศาล มาทุกทางเลยคะ ทุกอย่างที่เกิดมันเกิดขึ้นตามที่ครูอ้อยบอกทุกอย่าง คือ" ตอนเราโชคดี เพราะตอนนั้นเรามีความสุข ทำเพื่อครอบครัว ช่วยกัน รักกัน" เป้าหมายเปลี่ยน ปัญหาเกิด เราไม่สามารถยกระดับใจเราขึ้นได้ ทะเลาะ พอทะเลาะพี่ป้อมก็ออกไปหาเพื่อน เราก็เศร้า ทุกอย่างก็เริ่มลง"

ก่อนที่จะมาเจอครูอ้อย ขายทองจนหมดใช้หนี้ไม่พอเพราะมันพอแค่ต่อเดือนเท่านั้น มันก็แค่ยืดเวลา ไปเบิกเงินเก็บลูกเอามาจ่ายค่าเทอมลูก ขายรถไป2คัน กับมอเตอร์ไซด์ของพี่ป้อม ประกาศขายตึกและคอนโด พยายามทุกอย่างเพื่อลดภาระ แต่ในสภาวะนี้ก็ยังขายไม่ได้ มันยังต้องจ่ายต่อไปส่วนตัวอุ้มมีเงินเก็บอยู่บ้าง ที่ได้จากร้านเสื้อผ้าเด็กของเรา เดิมที่ร้านเสื้อผ้าเด็กเรายกให้เป็นของพ่อกับแม่ คือทำให้ไว้เพื่อพ่อแม่ของเรา อุ้มจะเป็นคนที่จะหยิ่งเรื่องเงินนิดหนึ่ง ถ้าเราขอจากสามีเราแล้วเค้า ทำท่าทาง ไม่พอใจเราจะไม่ขออีกเลย